วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

International food

ชื่อ วรวัฒน์ เสียวสุข รหัสนิสิต 50011214054 สาขาสารสนเทศศาสตร์ (IS) ระบบปกติ
วิชาคอมพิวเตอร์และการนำเสนองาน (0012005) กลุ่มเรียนที่ 1



pimp myspace profile

pimp myspace profile



ยินดีต้อนรับเข้าสู่อาหารนานาชาติ



อาหารนานาชาติ


เทคนิคการประกอบอาหาร หมายถึง ความชำนาญ รอบรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการประกอบอาหาร ชนชาติต่างๆ จะมีเคล็ดลับ หรือเทคนิคในการประกอบอาหารที่ต่างกันไป อาหารนานาชาติส่วนใหญ่ในประเทศเรามีทั้งอาหารประเทศ อเมริกา อังกฤษ อิตาเลียน เช่น แฮมเบอร์เกอร์ สตูว์ สปาเก็ตตี้ พุดดิ้ง ฯลฯ นอกจากนี้อาหารนานาชาติของประเทศแถบเอเซีย เช่น จีน เวียตนาม มุสลิม ญี่ปุ่น ก็เป็นที่นิยมในประเทศไทย ทำให้คนไทยโดยทั่วไปต้องหาความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาหารของประเทศนั้นๆ เพิ่มเติม สำหรับช่วงเวลาในการรับประทานอาหารก็คล้ายๆกัน



มื้ออาหารแต่ละมื้อประกอบด้วย

- อาหารเช้า (Breakfast)

- อาหารกลางวัน (Lunch)

- อาหารเย็น (Dinner)

รายการอาหารก็จะประกอบด้วยอาหารชนิดต่าง ๆ เช่นอาหารเช้า ถ้ารับประทานแบบยุโรปก็จะมีกับขนมปัง เนย และแยม หรืออาจมีน้ำผลไม้อีก 1 แก้ว ถ้าแบบอเมริกันจะมีไข่ดาว แฮม ไส้กรอก เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นมา หรือจะรับประทานแพนเค้ก หรือธัญพืชอบใส่นม ถ้าเป็นคนทำงานต้องเร่งรีบ ก็จะกินแซนด์วิช หรือแฮมเบอร์เกอร์อาหารกลางวัน การรับประทานอาหารกลางวัน จะรับประทานสลัด ประเภทน้ำใส น้ำข้น หรือขนมปังก่อนสเต็กเนื้อ ผัดมักกะโรนี สปาเก็ตตี้ พิซซ่า เป็นต้น อาหารเย็น ถ้าเป็นการรับประทานแบบมีพิธี จะต้องเริ่มด้วยการดื่มเรียกน้ำย่อย แล้วจึงถึงอาหารพวกแอปปิไทเซ่อร์ และออเดิร์ฟ แล้วจึงเสิร์ฟอาหารชุดเริ่มด้วย ซุป อาหารจานหลักคือ เนื้อสัตว์จะปรุงโดยการอบ


สาระอาหาร





สิ่งที่มากับ…..ปลาดิบ
ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานปลาดิบกันมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลของอาหารญี่ปุ่น ด้วยรสชาติ และ หน้าตาของอาหารที่ดูสะดุดตาชวนให้น่ารับประทาน ทำให้แทบจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่เคยลิ้มลองอาหารจำพวก ข้าวปั้นซูชิ ซาซิมิ ที่มีปลาดิบเป็นส่วนประกอบ
ปลาดิบ มี 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ปลาดิบน้ำจืด และ ปลาดิบน้ำเค็ม (ปลาดิบทะเล) ซึ่งปลาดิบทั้ง 2 ชนิด มีเชื้อโรคที่แอบแฝงมาแตกต่างกัน ปลาดิบน้ำจืด อาจพบพยาธิบางชนิดแอบแฝงมา เช่น พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ คนส่วนมากมักคิดว่า ปลาน้ำเค็มนั้นไม่มีพยาธิ แต่ในความจริงในปลาน้ำเค็มนั้นอาจพบ ตัวอ่อนของพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis simplex)ได้ แต่โชคดีที่การพบพยาธิในปลาน้ำเค็มนั้นพบน้อยกว่าในปลาน้ำจืดมาก และ พยาธิในปลาดิบน้ำเค็มก็มีความรุนแรงน้อยกว่าด้วย นอกจากนี้ปลาดิบที่นำมาประกอบอาหารญี่ปุ่นมักจะทำจากปลาน้ำเค็ม อย่างไรก็ตามอย่าพึ่งชะล่าใจว่ากินปลาดิบน้ำเค็มจะปลอดภัย 100% พยาธิอะนิสซาคิส ถึงแม้ไม่พบบ่อย ไม่ถึง 10 รายต่อปี ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก็ก่อความรุนแรงได้มาก
มารู้จักพยาธิอะนิซาคิสกันเถอะพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis simplex) เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเขตอบอุ่น และ เขตร้อน ในประเทศไทยตรวจพบ ตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลามากกว่า 20 ชนิด เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุแรกล้วย ปลาลัง เป็นต้น ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ระยะตัวอ่อนที่ติดต่อสู่คนจะอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ขนาดยาวประมาณ 1-2 ซม. กว้างประมาณ 0.3-0.5 มม. บริเวณปากจะมีหนามขนาดเล็ก บริเวณปลายหางจะมีส่วนแหลมยื่นออกมา พยาธิชนิดนี้จะใช้หนามขนาดเล็ก และใช้ปลายหางแหลมในการไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ
อาการผิดปกติซึ่งเกิดจากพยาธิอะนิซาคิสเนื่องจากพยาธิชนิดนี้ขณะเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อสู่มนุษย์ บริเวณปากของพยาธิจะมีหนามขนาดเล็กและปลายหางแหลม ขณะเคลื่อนที่ไชในกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ของคน ทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก และ อาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการ ปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด อาการมักไม่เฉพาะเจาะจงคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะอาหาร บางรายอาจมีอาการท้องเสีย หรือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถ้ามีแผลในกระเพาะขนาดใหญ่ อาการมักจะเริ่มเกิดหลังรับประทานอาหารที่มีพยาธิชนิดนี้ เป็นชั่วโมง หรือ เป็นวันก็ได้
การวินิจฉัย และ การรักษาโรคซึ่งเกิดจากพยาธิชนิดนี้การวินิจฉัย และ การรักษาทำโดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ถ้าพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ก็ใช้กล้องคีบตัวพยาธิออก พยาธิชนิดนี้ไม่สามารถตรวจพบได้ในอุจจาระ เนื่องจากมันจะเกาะติดแน่นกับกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาพยาธิชนิดนี้ แต่จาการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น โดยหัวหน้าทีมวิจัย โตชิโอะ ลิยาม่า พบว่า วาซาบิ มีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิชนิดนี้ได้ แต่ขนาด และ ปริมาณการใช้ฆ่าพยาธิชนิดนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันการติดพยาธิชนิดนี้ ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ และ ดีที่สุด
กินปลาดิบอย่างไร ไม่ให้เป็นพยาธิก่อนอื่นควรต้องแน่ใจว่า ปลาดิบที่นำมาทำอาหารนั้นเป็นปลาทะเล เพราะ บางครั้งผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำปลาน้ำจืดหลายชนิดมาทำอาหาร ทำให้เกิดโรคพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ หรือ พยาธิใบไม้ลำไส้ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าการแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 ชั่วโมง หรือ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7 วัน หรือ ผ่านความร้อนมากกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้นอกจากพยาธิบางชนิดที่พบในปลาดิบ แล้วยังพบแบคทีเรียบางชนิด และ ไวรัสตับอักเสบเอ ได้ด้วย โดยขึ้นกับสุขอนามัย และ ความสะอาดของขั้นตอนการเตรียมอาหาร ดังนั้นถ้าคิดจะรับประทานปลาดิบ ควรดูให้แน่ใจก่อนว่าขั้นตอนการประกอบอาหารสะอาดถูกหลักอนามัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากปลาดิบ
พญ.พัชรพร เตชะสินธุ์ธนา ภาควิชาปรสิตวิทยา

อิ่มบุญ...อิ่มเจ หลากเมนู
ถึงเวลาเทศกาลกินเจที่จะเริ่มต้นขึ้นระหว่างวันที่ 18-26 ต.ค.นี้ แม่พลอย ขอแนะนำร้านอาหารเจ น่าชวนชิม ในเมนูที่แตกต่างกันไป ให้เป็นทางเลือกหนึ่งให้คนทานเจและกลุ่มคนที่ตั้งใจจะทานเจให้ได้สักครั้งหนึ่งของชีวิต ร้านหยู่อี่เจ เป็นร้านอาหารเจ ร้านแรกที่อยากแนะนำ ร้านนี้ บรรยากาศเป็นกันเอง โต๊ะนั่งทานมีไม่มาก ไม่อยากนั่งรอคิวนานแนะนำซื้อกลับมาทานที่บ้านจะดีที่สุด คัดเอาเมนูเจเด่นที่มีคนทานกันมากมี หูฉลาม ใช้วุ้นเส้นจากถั่วเหลือง เส้นใสแทนหูฉลาม มีปูอัดเจ แฮมเจ เห็ดหอม เห็ดเข็มทองใส่มาเพียบ เด่นตรงน้ำซุปหวานน้ำผัก ยิ่งเติมจิ๊กโฉ่เพิ่มรสเข้าไป รสชาติไม่ต่างจากซุปหูฉลามของแท้เลย เป๋าฮื้อยอดผัก ใช้หัวบุกแทนเป๋าฮื้อหนึบ ๆ ทานกับ เห็ดหอมกับยอดผักคะน้าฮ่องกงกรอบ ๆ ถูกปาก เมนูขาหมูรมควันเย็น ขาหมูเจมีขอบด้านนอกเป็นแผ่นเต้าหู้บาง ๆ พันหัวบุกไว้ ด้านในสุดเป็นถั่วเหลือง ทานแบบเปล่า ๆ ได้กลิ่นแฮมขึ้นจมูกชัดเจน หากรสลิ้นชอบรสชาติจัด แนะนำ ห่อหมกมะพร้าวอ่อน เสิร์ฟมาทั้งลูก ข้างในมีกุ้งเจ เนื้อไก่เจ เต้าหู้ ผักกาดขาว เห็ดฟางและกะหล่ำปลี ปรุงรสเครื่องแกงห่อหมกรสชาติกลมกล่อม ลาบเป็ดปักกิ่ง ถูกปากไม่น้อย ใช้โปรตีนเกษตรและหมี่กึนหรืออาหารที่ทำมาจากแป้งสาลีแปลงให้มีหน้าตาและรสชาติคล้ายเนื้อสัตว์ ต่าง ๆ ลาบเป็ดเจนี้คลุกเคล้าเครื่องลาบได้ถึงใจแท้ ร้านหยู่อี่เจ หรือร้านหรูยี่ ร้านอาหารเจที่เป็นตึกแถวคูหาเดียว ในซอยพระยาสิงห์เสนีย์ ตรงข้ามกับโรงแรมบางกอกเซ็นเตอร์ ย่านหัวลำโพง เจอสี่แยกหัวลำโพงเลี้ยวรถกลับมาเห็นเครื่องหมายธนาคารกรุงเทพ เตรียมเลี้ยวเข้าซอย ร้านอยู่ซ้ายมือ ถ้าเอารถส่วนตัวไปหาที่จอดยากมาก ดังนั้นควรใช้บริการรถสาธารณะดีที่สุด ร้านนี้เปิดบริการตั้งแต่ 09.00-22.00 น. สอบถามรายละเอียดที่หมายเลข 0-2219-1721และ 08-6068-9384 ชิจูย่า อาหารเจในแบบอาหารญี่ปุ่น อยู่บนชั้น 2 อาคารฟิฟตี้ ฟิฟท์ พลาซ่า ทองหล่อ 2 ซอยสุขุมวิท 55 ขอแนะนำ ซูชิเผือกเจ หน้าตาดีมาก ใช้เผือกบดแทนข้าวญี่ปุ่น สอดไส้สาหร่าย แตงกวา แฮมเจไว้ เนื้อเผือกนุ่มเนียนลิ้นและได้ความกรอบสดของผักเข้ารสกับสลัดครีมเจ ส่วน ปูอัดเจเทมากิเจ รสเด่นตั้งแต่สาหร่ายพันห่อปูอัดเจ กะหล่ำปลีหั่นฝอยมีสลัดครีมราดบาง ๆ เคี้ยวกรุบ กรอบรสอร่อยถูกปาก ลูกชิ้นชิจูย่า ใช้มันบดและเห็ดเข็มทองทำเป็นตัวลูกชิ้นออกแนวหนึบ ๆ และกรุบกรอบของอัลมอนด์ที่เคลือบด้านนอก ทานกับน้ำจิ้มบ๊วย ส่วน ปลาไหลเจโกโบ้ ใช้เนื้อปลาไหลเจ จานนี้หอมกลิ่นน้ำมันงา อยากสัมผัสรสชาติอาหารเจในแบบอาหารญี่ปุ่น ที่เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.30-14.30 น. และ 17.30-21.30 น. ลองโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2392-1877 และ 0-2714-9504 ในย่านศรีนครินทร์ แม่พลอยอยากแนะนำ ร้าน กรีน คิทเช่น อยู่ในโครงการเดลี่เลน ศรีนครินทร์ หลังศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ซอยเสรีวิลล่า แยก 2 ร้านนี้ตามจริงเปิดขายอาหารสุขภาพ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.30 น. และหยุดทุกวันจันทร์ เมื่อถึงเทศกาลกินเจ มีเมนูเจหลากหลายเมนูไว้บริการ อย่าง กวยจั๊บน้ำข้น น้ำซุปหอมหวาน ด้วยน้ำซุปที่ได้จากผักพวกแครอท หัวไชโป๊และเครื่องยาจีนตุ๋นเห็ดหอม มีฟองเต้าหู้ที่จับม้วนกลม เส้นกวยจั๊บนุ่มอร่อย แถมมีความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินของโปรตีนเกษตรเป็นตัวช่วยเสริมรสชาติให้เคี้ยวกรอบ ๆ เพลิน ๆ ก๋วยเตี๋ยวหลอด มีเส้นก๋วยเตี๋ยวห่อเห็ดฟาง เห็ดหอม เต้าหู้ ผักกวางตุ้งไต้หวันเป็นไส้ใน เด่นตรงผักนั้น ออกรสหวานกรอบถูกใจ ซุปเยื่อไผ่น้ำแดง ซดแล้วคล่องคอ มีทั้งเยื่อไผ่และน้ำซุปที่ได้มาจากรสชาติของเห็ดและผัก หวานกลมกล่อม อยากทานเมนูเจแบบ น้ำตกหมูย่างเจ ถึงจะใช้เนื้อหมูเจ แต่ปรุงได้รสชาติกลมกล่อมถูกลิ้น ส่วน ยำเห็ดสามอย่าง นี่ได้ใจไปเลย มีเห็ดฟาง เห็ดเข็มทองและเห็ดหอมยำเข้ารสน้ำยำเปรี้ยวกลมกล่อม ใครชอบ เกี้ยมไฉ่น้ำมันงา อย่าพลาด เพราะปรุงได้รสชาติดี เกี้ยมไฉ่เปรี้ยวกรอบ หอมน้ำมันงา อยากตามหาความอร่อยร้านนี้ลองโทรฯสอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-1685-1700, 08-9208-4226 ชอบทานอาหารแนวฟิวชั่น ฟู้ดแนะนำให้ลองเข้าไปสัมผัสกับอาหารเจในแนวฟิวชั่นได้ที่ร้าน บั๊กแอนด์บี ตอนนี้มีหลากเมนูมาบริการเหมือนกันที่แม่พลอยอยากแนะนำมี เมี่ยงดอกขจรและดอกผักปลัง มีทั้งมะพร้าวคั่ว มะนาวหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ถั่วลิสง พริกราดด้วยน้ำซอสเมี่ยงเจเสิร์ฟมาในใบชะพลูรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ข้าวนึ่งหัวปลีกับดอกผักปลังผัดพริกไทยดำ ความอร่อยอยู่ที่ตัวข้าวกล้องอบกับเผือก ลูกบัว โรยหน้าด้วยหัวปลีอ่อนทอดกรอบอีกที ข้าวกล้องนุ่มหอมมัน ทานกับดอกผักปลัง ผัดซอสพริกไทยดำได้รสเผ็ดร้อนพริกไทย พาสต้ามันฝรั่งบดในซอส สไปซี่โอลีฟโทเมโท ตัวพาสต้าเด้งดึ๋งในปากได้รสชาติออกเผ็ดของซอส สนใจอยากนั่งทานเจแบบ 24 ชั่วโมง ที่บั๊กแอนด์ บี ลองโทรฯสอบถามได้ที่ 0-2233-8118 ส่งท้ายด้วยการเอาใจนักชิมขาช้อปที่ชอบเดินห้างสรรพสินค้าและอยากหาอาหารเจทาน แม่พลอย แนะนำเมนูเจเด่นของงาน 10 ปี อาหารเจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทยสายสัมพันธ์ วัฒนธรรมไทย-จีน ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่งานนี้สรรหาอาหารเจจากทั่วทุกสารทิศมาให้ชิมกันทั้งที่ อีเว้นท์ ฮอลล์ ฟู้ดฮอลล์ โฮม เฟรช มาร์ท เดอะมอลล์ ทุกสาขา และมาร์เก็ต ฮอลล์ ฟู้ด ฮอลล์ กูร์เมต์ มาร์เกต ดิ เอ็มโพเรียมและพารากอน เมนูเด่นที่ต้องลองยกให้ เห็ดหิมะทอด เนื้อเห็ดหนึบ ๆ ไม่เหนียว หอมและถึงรสชาติของซีอิ๊วขาวที่ซึมเข้าเนื้อเห็ดทานเปล่าก็ได้หรือจะใช้จิ้มกับน้ำพริกเจก็ได้ กะหล่ำปลีทอดซีอิ๊ว มีทั้งฟองเต้าหู้ทอดและเต้าหู้ทอดใส่รวมลงไป กะหล่ำปลีเนื้อนุ่มหอม ออกมันนิด เค็มหน่อย บัควีทผัดเห็ดรวม ตัวเส้นบัควีทผัดเข้าเนื้อกับซีอิ๊วขาวเห็ดหอมได้นุ่มเหนียวพอดี ยิ่งมีเห็ดเข็มทอง เห็ดนางฟ้า เห็ดออรินจิ เห็ดหอม และเต้าหู้ผัดรวมมาด้วย เส้นบัควีทและเห็ดกรึบ ๆ หนึบ ๆ อยากทานซุป มีซุปข้าวโพดแปะก๊วยเจ รสชาติหอมมันกลมกล่อม








ปลาดอลลี่ราดไวท์ไวน์ซอส




- เครื่อง ปรุง : ปลาดอลลี่ (หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ซึ่งจะแล่ เอาแต่เนื้อมาเสร็จเรียบร้อยและแช่แข็งบรรจุถุง)ผักโขมCheddar Cheeseถั่วหวาน (Sweet Pea) แครอทมันฝรั่งบร็อค-โคลี่ลูกเคเปอร์เกลือพริกไทย
- เครื่องปรุง ไวท์ไวน์ซอส :นมสด 1 1/2 ถ้วยตวงหอมหัวใหญ่ซอย 1 หัวกานพลู 7-8 ดอกเกลือป่น 1/2 ชช.พริกไทยป่น 1/2 ชช.วิปปิ้งครีม หรือ Thick Cream 1 ชต.แป้งข้าวโพด 1 ชช.เนยสด 1 ชต.ไวท์ไวน์ 1 ชต.
- วิธีทำ ไวท์ไวน์ซอส 1). ต้มนมสดกับหอมหัวใหญ่ซอย และกานพลู ประมาณ 15 นาที หรือจนหอมใหญ่เปื่อย จากนั้นกรองเอากากออก เหลือแต่นมสด 2). ผัดเนยกับแป้งข้าวโพดพอสุก 3). เทนมที่กรองไว้จากข้อ (1) ลงผสม และคนให้เข้ากัน 4). ใส่ลูกเคเปอร์ วิปปิ้งครีม เกลือ และพริกไทยป่น 5). พอเดือด เทไวน์ขาวตามลงไป แล้วนำขึ้นจากเตาสำหรับปลาดอลลี่ ก่อนจะปรุงให้นำออกมาทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนละลาย และล้างให้สะอาด พร้อมกับผึ่งให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นโรยเกลือ-พริกไทยป่นเล็กน้อยเคล้าให้ทั่วชิ้นปลา นำเข้าตู้เย็นสักครึ่งชั่วโมง แล้วนำไปนึ่งจนสุกประมาณ 10 นาที จากนั้นต้มผักโขมที่เด็ดเอาแต่ใบ ถั่วหวาน แครอท มันฝรั่ง บร็อคโคลี่ จนสุก (โดยน้ำต้มผักให้เหยาะเกลือลงไปด้วยนิดหน่อย เพื่อให้ผักคงสีเขียว) เมื่อจะรับประทานจึงนำผักโขมที่ต้มแล้วใส่จาน และวางทับด้วย Cheddar Cheese แล้วนำปลาที่นึ่งสุกมาวางไว้บนสุด นำเข้าอบในไมโครเวฟสัก 3 นาที เพื่อให้ชีสละลาย เมื่อจะเสิร์ฟจึงราดด้วยไวท์ไวน์ ซอส บนปลา และโรยพาสลีย์ สับให้มีสีสัน พร้อมกับแต่งรอบๆจานด้วยผักต้มสุก โดยมีขนมปังและเนยเป็นเครื่องเคียง พร้อมกับจิบไวน์ขาวแกล้มด้วย แค่นี้ก็อร่อยแบบมีสไตล์

สเต็กหมูบราวน์ซอส



ส่วนผสม
- เนื้อหมูติดกระดูก (พ็อคชอพ) 1 ชิ้น
- น้ำมันมะกอก 1-2 ช้อนโต๊ะ
- แครอท 1 หัว
- บร็อกโคลี 3-4 ช่อ
- ถั่วหวาน 5 ฝัก
- พาร์สเล่สับ 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น, เกลือป่น เล็กน้อย
- ผักสลัดตามชอบ
- บราวน์ซอส
วิธีทำ1. ลวกแครอท บร็อกโคลี ถั่วหวาน พอสุกตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำลงผัดกับน้ำมันมะกอก ตักขึ้น2. โรยเกลือป่น พริกไทยป่น พาร์สเลสับบนชิ้นหมู นำลงกริลล์ในกระทะที่มีน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พอสุกตักขึ้น3. จัดเสิร์ฟคู่กับผักลวกน้ำมันมะกอก ผักสลัด ราดด้วยบราวน์ซอสส่วนผสมบราวน์ซอส (Brown Sauce)
- กระดูกวัว - เศษเนื้อวัว 1 กิโลกรัม
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- หอมใหญ่สับหยาบ 1/2 ถ้วยตวง
- แครอทสับหยาย 1/2 ถ้วยตวง
- ก้านขึ้นฉ่ายฝรั่งสับหยาบ 1/4 ถ้วยตวง
- ก้านผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งสาลี 2-3 ช้อนโต๊ะ
- เนื้อมะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste) 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
- โรสแมรี่ 1 ช้อนชา
- ใบกระวาน 3-4 ใบ
- ไทม์ 1/2 ช้อนชา
- น้ำสต๊อกสีน้ำตาล 10 ถ้วยตวง
- ครีมข้น 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น
- พริกไทยป่น
วิธีทำ1. อบกระดูกวัวและเศษเนื้อวัวให้เหลืองเข้มเป็นสีน้ำตาล2. ผัดหอมใหญ่ แครอท ก้านขึ้นฉ่ายและก้านผักชีฝรั่งกับน้ำมันพืช พอผักเริ่มนิ่มใส่แผ้งสาลีผัดด้วยไฟอ่อนให้แป้งเป็นสีน้ำตาล ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้นผัดต่อจนกระทั่งแห้งและมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น ใส่พริกไทยดำ โรสแมรี่ ใบกระวาน ไทม์ กระดูกวัวและเศษเนื้อวัวที่อบไว้ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำสต๊อกเคี่ยวต่อจนกระทั่งงวดเหลือประมาณ 2 1/2 -3 ถ้วยตวง ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำซอส จะได้ซอสสีน้ำตาลข้นๆ3. นำซอสที่ได้ขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่นและครีมข้น4. จัดเสิร์ฟกับสเต็กหมูที่มา :: นิตยสาร แม่บ้าน

ไก่ย่างบราวน์ซอส



ส่วนผสม
- เนื้อสะโพกไก่
- 500 กรัม
- ซอสปรุงรส
- 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น
- 1 ช้อนชา
- ผงบราวน์ซอสรสไก่
- 1/4 ถ้วย
- น้ำสต็อกไก่
- 1 ถ้วย
- ผักสลัดตามชอบ
- ผักต้ม เช่น หน่อไม้ฝรั่ง แครอท
- ข้าวโพดอ่อน มันบด
วิธีทำ1. หั่นสะโพกไก่เป็น 4 ชิ้น หมักกับซอสปรุงรสและพริกไทยประมาณ 15 นาที นำไปย่างให้เหลืองหอม2. ผสมผงบราวน์ซอสกับน้ำสต๊อกไก่ให้เข้ากัน ตั้งไฟให้เดือด หมั่นคนอย่าให้ติดก้นหม้อ เมื่อซอสได้ที่จะมีลักษณะสุกข้น ยกลง3. จัดผักสลัดใส่จานเล็กพร้อมไก่ย่าง 1 ชิ้น ผักต้มและมันบด ราดด้วยบราวน์ซอส

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

Prawn Bisque


จะให้ไปหาล็อบสเตอร์มาปรุงก็คงจะหนักหนาสำหรับกระเป๋าตังค์ไปสักหน่อย เลยขอย่นย่อมาใช้กุ้งเเชบ๊วยเเทน กลิ่นหอมๆ ยังคงได้อยู่ เเต่ถ้าจะให้ดีควรจะปรุงน้ำสต๊อกจากเปลือกกุ้งเสียด้วยเลย จะทำให้หอมอร่อยขึ้น จริงๆ เเล้วบิสค์ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงเเต่ขั้นตอนมากสักหน่อย เพื่อให้ได้รสชาติที่ล้ำลึกขึ้นส่วนของน้ำสต๊อกเปลือกกุ้งเปลือกเเละหัวกุ้งจากกุ้ง 2 กิโลกรัมหัวหอมใหญ่ หั่นเต๋า 2 ถ้วยเเครอต หั่นเต๋า 1 ถ้วยเซเลอรี หั่นเต๋า 1 ถ้วยกระเทียม ปอกเปลือก 3 กลีบน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะมะเขือเทศเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะไวน์ขาว 1 ถ้วยใบไธม์เเห้ง 0.25 ช้อนชาใบกระวาน 1 ใบพริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนชา- เติมเเครอต หัวหอม เเละเซเลอรี ผัดจนใสที่ไฟกลาง ประมาณ 8-10 นาที เร่งไฟให้เเรงขึ้น เติมมะเขือเทศเข้มข้นลงไปผัดให้หอม เติมน้ำสะอาดลงไปให้ท่วมเปลือกกุ้ง เร่งไฟให้เเรงจนเดือด หรี่ไฟลง- เติมเครื่องเทศทั้งหมดลงไป เคี่ยวประมาณ 15 นาที หรือจนผักนุ่ม ปั่นส่วนผสมเเล้วกรองให้เหลือเเต่น้ำสต๊อก (การปั่นส่วนผสมจะทำให้กลิ่นของอาหารทะเลในน้ำสต๊อกเข้มข้นขึ้น)ส่วนของบิสค์เนื้อกุ้งเเกะเเล้วจากกุ้งชั่ง 2 กิโลกรัมน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะหัวหอม สับละเอียด 0.5 ถ้วยเซเลอรีสับละเอียด 0.25 ถ้วยเเครอต สับละเอียด 0.25 ถ้วยมะเขือเทศเข้มข้น 2 ช้อนชาบรั่นดี 3 ช้อนโต๊ะไวน์ขาว 0.5 ถ้วยเนยจืด นุ่มเเล้ว 1 ช้อนโต๊ะเเป้งอเนกประสงค์ 1.5 ช้อนโต๊ะน้ำสต๊อกจากเปลือกกุ้งก้านพาสลีย์ 1 กำเล็กก้าน Leek 1 ท่อนเล็กใบไธม์เเห้ง 1/8 ช้อนชาใบกระวาน 1 ใบครีมสด 0.25 -0.5 ถ้วยเกลือเเละพริกไทยดำป่น- ตั้งหม้อให้ร้อน เติมน้ำมันลงไป โรยเกลือเเละพริกไทยเล็กน้อยลงบนเนื้อกุ้ง ผัดกุ้งในกระทะที่ไฟเเรงๆ ให้เนื้อกุ้งพอสุก ราดไวน์ขาวไปสัก 2 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เเห้ง ตักกุ้งขึ้นมาสัก 10 ตัว เพื่อตกเเต่ง- ในหม้อใบเดิมเติมผักทั้งสามชนิดลงไปผัดที่ไฟอ่อนจนใส เร่งไฟเเรงขึ้น เติมมะเขือเทศลงไปผัดให้หอม ตามด้วยบรั่นดีเเละไวน์ขาว เติมน้ำสต๊อกลงไป รอให้เดือด เติม Roux ที่เป็นส่วนผสมระหว่างเนยเเละเเป้งลงไป- เติมสมุนไพรลงไป เคี่ยวประมาณ 5-8 นาที ปั่นทุกอย่างให้เข้ากัน เเล้วกรอง- เทส่วนผสมกลับลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ชิมรสก่อน เเล้วปรุงด้วยเกลือเเละพริกไทย- เติมครีมลงไปในหม้อ อุ่นเบาๆ อีกครั้งก่อนเสิร์ฟ